วันพุธที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศ


ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศ

- รูปแบบเทคโนโลยีสารสนเทศในปัจจุบัน
- พฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
- การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสานสนเทศกับการเรียนการสอน

รูปแบบเทคโนโลยีสารสนเทศในปัจจุบัน
เทคโนโลยีสารสนเทศสามารถจำแนกตามลักษณะการใช้งานได้เป็น 6 รูปแบบ ดังนี้ต่อไปนี้ คือ

1. เทคโนโลยีที่ใช้ในการเก็บข้อมูล เช่น  ดาวเทียมถ่ายภาพทางอากาศ,กล้องดิจิทัล,กล้องถ่ายวีดิทัศน์,เครื่องเอกซเรย์
2. เทคโนโลยีที่ใช้ในการบันทึกข้อมูลเป็นสื่อบันทึกข้อมูลต่างๆ เช่น เทปแม่เหล็ก,จานแม่เหล็ก,จานแสงหรือจานเลเซอร์,บัตรเอทีเอ็ม
3. เทคโนโลยีที่ใช้ในการประมวลผลข้อมูล  ได้แก่ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
4. เทคโนโลยีที่ใช้ในการแสดงผลข้อมูล เช่น เครื่องพิมพ์,จอภาพ,พลอตเตอร์ ฯลฯ
5. เทคโนโลยีที่ใช้ในการจัดทำสำเนาเอกสาร เช่น เครื่องถ่ายเอกสาร,เครื่องถ่ายไมโครฟิล์ม
6. เทคโนโลยีสำหรับถ่ายทอดหรือสื่อสารข้อมูลได้แก่ ระบบโทรคมนาคมต่างๆ เช่น โทรทัศน์,วิทยุกระจายเสียง,โทรเลข,เทเล็กซ์ และระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั้งระบบใกล้และระบบไกล

ตัวอย่างการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

มีการนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในรูปแบบต่างๆ ทั้งในทางธุรกิจ และทางการศึกษา ดังตัวอย่าง เช่น
- ระบบเอทีเอ็ม
- การบริการและการทำธุรกรรมบนอินเทอร์เน็ต
- การลงทะเบียนเรียน


พฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศคืออะไร

การแสดงออกทางความคิดและความรู้สึกในการใช้รูปแบบของเทคโนโลยีทุกประเภท ที่นำมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการจัดหา  จัดเก็บ  สร้างและเผยแพร่สารสนเทศในรูปแบบต่างๆได้แก่ ภาพ ข้อความ หรือตัวอักษร ตัวเลขและภาพเคลื่อนไหว เป็นต้น


การใช้อินเทอร์เน็ต
     งานวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศของนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาพบว่า

    นักศึกษาส่วนใหญ่ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อความบันเทิง  เนื่องจากเห็นว่ามีความสะดวกในการติดต่อสื่อสารกับผู้อื่น  ในขณะที่การใช้อินเทอร์เน็ตของนักศึกษาในระดับอุดมศึกษาส่วนใหญ่ใช้เพื่อการเรียนรู้ การติดตามข่าวสาร ของสถานศึกษา

ใช้อินเทอร์เน็ต ทำอะไรได้บ้าง ?
   
งานวิจัยชี้ว่า นักศึกษาใช้อินเทอร์เน็ตในการสนทนากับเพื่อนๆ และการค้นข้อมูลจากห้องสมุด

พฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

นอกจากนี้งานวิจัยยังชี้ว่า  นักศึกษาส่วนใหญ่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศรูปแบบต่างๆ เพื่อเพิ่มพูนความรู้และประกอบการทำรายงาน


สถานที่ที่การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

งานวิจัยพบว่า  นักศึกษาส่วนใหญ่ใช้คอมพิวเตอร์ที่บ้าน  และมีการใช้อินเทอร์เน็ตที่ห้องสมุดของสถาบัน

นักศึกษาส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีการใช้หรือมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศน้อย ในรูปแบบไหนบ้าง ?
งานวิจัยชี้ว่า นักศึกษามีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเหล่านี้น้อย ได้แก่ ฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์  การเรียนรู้แบบออนไลน์หรือ e-Learning  วิดีทัศน์ตามอัธยาศัย ( video  on  Demand )  หนังสืออิเล็กทรอนิกส์  และ บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศกับการเรียนการสอน

* การเรียนรู้แบบออนไลน์ ( e-Learning  )
* บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน  ( Computer Assisted Instruction - CAI )
* วิดีทัศน์ตามอัธยาศัย  ( Video  on  Demand - VOD )
* หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ( e-books )
* ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์  ( e-library )


*การเรียนรู้แบบออนไลน์ (e-Learning)

 เป็นการศึกษา เรียนรู้ผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์อินเทอร์เน็ต (Internet) หรืออินทราเน็ต (Intranet) เป็นการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ตามความสามารถและความสนใจของตน โดยเนื้อหาของบทเรียนซึ่งประกอบด้วย ข้อความ รูปภาพ เสียง วิดีโอและมัลติมีเดียอื่นๆ จะถูกส่งไปยังผู้เรียนผ่านเว็บเบราว์เซอร์(Web Browser) โดยผู้เรียน ผู้สอนและเพื่อนร่วมชั้นเรียนทุกคน สามารถติดต่อ ปรึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกันได้เช่นเดียวกับการเรียนในชั้นเรียนปกติ  โดยอาศัยเครื่องมือการติดต่อสื่อสารที่ทันสมัย สำหรับทุกคน โดยผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ทุกเวลา และทุกสถานที่ (Learning for all : anyone, anywhere and anytime)



*บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer Assisted Instruction - CAI)

         คือบทเรียนคอมพิวเตอร์ซึ่งนำเสนอสารสนเทศที่ได้ผ่านกระบวนการสร้างและพิจารณามาเป็นอย่างดี โดยมีเนื้อหาวิชาหรือสารสนเทศ แบบฝึกหัด การทดสอบและการให้ข้อมูลป้อนกลับให้ผู้เรียนได้ตอบสนองต่อบทเรียนได้ตามระดับความสามารถของตนเอง เนื้อหาวิชาที่นำเสนอจะอยู่ในรูปมัลติมีเดีย ซึ่งประกอบด้วย อักษร รูปภาพ เสียง และ/หรือ ทั้งภาพและเสียง ซึ่งมีพื้นฐานมาจากการนำหลักการเบื้องต้นทางจิตวิทยาการเรียนรู้มาใช้ในการออกแบบ โดยอาศัยพฤติกรรมการเรียนรู้ (Learning Behavior) ทฤษฎีการเสริมแรง (Reinforcement Theory) ทฤษฎีการวางเงื่อนไขปฏิบัติ (Operant Conditioning Theory) ซึ่งถือว่าความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งเร้ากับการตอบสนองและการเสริมแรงเป็นสิ่งสำคัญ โดยมีจุดมุ่งหมายนำผู้เรียนไปสู่การเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งอาศัยการสอนที่มีการวางโปรแกรมไว้ล่วงหน้า เป็นการให้ผู้เรียนมีโอกาสเรียนรู้ได้ด้วยตนเองและมีผลย้อนกลับทันทีและเรียนรู้ไปทีละขั้นตอนอย่างเหมาะสมตามความต้องการและความสามารถของตน



*วีดิทัศน์ตามอัธยาศัย (Video on Demand - VOD)

 คือ ระบบการเรียกดูภาพยนตร์ตามสั่งที่จะอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกดูภาพยนตร์หรือข้อมูลภาพเคลื่อนไหวพร้อมเสียงได้ตามต้องการ ตามสโลแกนที่ว่า “To view what one wants, when
one wants”. โดยสามารถใช้งานนี้ได้จากเครือข่ายสื่อสาร (Telecommunications Networks) ผู้ใช้งาน ซึ่งอยู่หน้าเครื่องลูกข่าย (Video Client)สามารถเรียกดูข้อมูลที่เป็นภาพเคลื่อนไหวได้ทุกเมื่อตามต้องการ และสามารถควบคุมข้อมูลวิดีโอนั้น ๆ โดยสามารถย้อนกลับ (Rewind) หรือกรอไปข้างหน้า (Forward) หรือหยุดชั่วคราว(pause)ได้เปรียบเสมือนการดูวิดีโอที่บ้านนั่นเองทั้งนี้เครื่องคอมพิวเตอร์ลูกข่ายไม่จำเป็นต้องดูข้อมูลเดียวกัน กล่าวคือสามารถดูภาพยนตร์เรื่องเดียวกัน หรือต่างกันก็ได้



หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-books ) 

 คือหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถอ่านได้ทางอินเทอร์เน็ต โดยมีเครื่องมือที่จำเป็นในการอ่านหนังสือประเภทนี้คือ ฮาร์ดแวร์ประเภทเครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พกพาอื่นๆ พร้อมทั้งติดตั้งระบบปฏิบัติการหรือซอฟต์แวร์ที่ใช้อ่านข้อความต่างๆ ตัวอย่างเช่น ออร์แกไนเซอร์แบบพกพา พีดีเอ เป็นต้น ส่วนการดึงข้อมูล e-books ซึ่งจะอยู่บนเว็บไซต์ที่ให้บริการทางด้านนี้มาอ่านก็จะใช้วิธีการดาวน์โหลดผ่านทางอินเทอร์เน็ตเป็นส่วนใหญ่ ลักษณะไฟล์ของ e-books หากนักเขียนหรือสำนักพิมพ์ต้องการสร้าง e -books จะสามารถเลือกได้สี่รูปแบบ คือ Hyper Text Markup Language (HTML), Portable Document Format (PDF), Peanut Markup Language (PML) และ Extensive Markup Language (XML)


*ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ (e-library)

 เป็นแหล่งความรู้ที่บันทึกข้อมูลไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายและให้บริการสารสนเทศทางอิเล็กทรอนิกส์หรือผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
คุณลักษณะที่สำคัญของห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ มีดังนี้ คือ
 1. การจัดการทรัพยากรสารสนเทศด้วยคอมพิวเตอร์
 2. ความสามารถในการเข้าถึงสารสนเทศโดยทางอิเล็กทรอนิกส์
 3. บรรณารักษ์หรือบุคลากรของห้องสมุดสามารถแทรกการติดต่อระหว่างผู้ใช้กับห้องสมุดได้ เพื่อช่วยเหลือผู้ใช้ได้โดยทางอิเล็กทรอนิกส์
 4. ความสามารถในการจัดเก็บ รวบรวมและนำส่งสารสนเทศสู่ผู้ใช้โดยทางอิเล็กทรอนิกส์

วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

วิชา เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารสำหรับครู

                                      วิชาเทคโนยีสารสนเทศและการสื่อสารสำหรับครู

                                Information and Communication Technology for Teacher

                                            รหัส PC 54504 3(2-25)
   
คำอธิบายรายวิชา
                 
                    ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ  ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร  เช่น   ไมโครคอมพิวเตอร์  และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์  ระบบการสื่อสารข้อมูล  ระบบเน็ตเวิร์ก  ระบบซอฟแวร์  การจัดการทรัพยากรสารสนเทศ  เครื่องมือการเข้าถึงสารสนเทศทักษะการเข้าถึงสารสนเทศ  ฐานเข้าถึงสารสนเทศ  ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์และการอ้างอิง  ฝึกปฏิบัติการ  สามารถใช้คอมพิวเตอร์ขั้นพื้นฐานและใช้เทคโนสารสนเทศ และการสื่อสารได้อย่างเหมาะสม
              สารสนเทศ  ตรงกับคำในภาษาอังกฤษว่า  Information  หมายถึง  ความรู้ที่ได้จากการศึกษาค้นคว้าสารสนเทศเป็นความรู้และข่าวสารที่สำคัญที่มีลักษณะพิเศษ ทั้งในด้านการได้มาและในด้านการนำไปใช้ปฏิบัติ
              สารสนเทศ   มีความหมายตามที่ได้มีการไห้คาจำกัดความที่ใกล้เคียงกัน  ดังนี้
สารสนเทศ  หมายถึง  ข้อมูลทั้งด้านปริมาณและคุณภาพที่ประมวลจัดหมวดหมู่เปรียบเทียบและวิเคราะห์แล้วสามารถนำมาใช้ได้หรือนำมาประกอบการพิจารณาได้สะดวกกว่าและง่ายกว่า


              เทคโนโลยีสารสนเทศคืออะไร?
เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ (IT)หรือICT   Information and communication technology
เป็นเทคโนโลยีที่สำคัญต่อสังคมปัจจุบันมีความเกียวข้องกับการจัดเก็บ  การประมวลผลและการแสดงผลสารสนเทศ

             องค์ประกอบหลักของเทคโนโลยีสารสนเทศ
เทคโนโลยีสารสนเทสประกอบด้วย   2 ส่วน  คือ  เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีการสื่อสารโทรคมนาคม

             1.เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
                           จัดเป็นเทคโนโลยีหลักของเทคโนโลยีสารสนเทศในปัจจุบัน  เนื่องจากคอมพิวเตอร์มีคุณสมบัติครบถ้วนทั้งด้านการบันทึก  การจัดเก็บ  การประมวลผล  การแสดงผล  และการสืบค้นข้อมูลสารสนเทศ  เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์แบ่งเป้นเทคโนโลยีย่อยที่สำคัญ  2 ส่วน  คือ เทคโนโลยีฮาร์ดแวร์และซอฟแวร์

                   1.1 เทคโนโลยีฮาร์แวร์  หมายถึง  อุปกรณ์ทุกชนิดที่ประกอบขึ้นเป็นตัวเครื่องคอมพิวเตอร์   จำแนกตามหน้าที่  เป็น  4  ส่วน  คือ
                       (1)  หน่วยรับข้ัอมูล
                       (2)หน่วยประมวลผลกลางหรือซีพียู
                       (3)หน่วยแสดงผลข้อมูล
                       (4)หน่วยความจำสำรอง

                     1.2 เทคโนโลยีซอฟแวร์    หมายถึงโปรแกรมหรือชุดคำสั่งทำหน้าที่สั้งให้คอมพิวเตอร์ทำงานตามที่ผู้ใช้ต้องการ

                  ซอฟแวร์แบ่งออกเป็น  2 ประเภท  คือ

                           1)  วอฟแวร์ระบบ
              หรือชุดคำสั่งที่ทำหน้าที่สั่งให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งฮาร์ดแวรืและซอฟแวร์ทำงานตามคำสั่ง

                           2) ซอฟแวร์ประยุกต์   คือชุดคำสั่งที่ผู้ใช้ส่งเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานตามที่ผู้ใช้ต้องการ


                  2.  เทคโนโลยีการสื่อสารโทรคมนาคม
                                  หมายถึง  เทคโนโลยีที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารกันทั่วไป  เช่น  ระบบโทรศัพท์  ระบบดาวเทียม  ระบบเครือข่ายเคเบิล   และระบบสื่อสารอื่นๆ  ที่ใช้ในการคติดต่อสื่อสารกัน


                     ความสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ

- แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่4 (2520-2524)  การมีส่วนร่วมของสารสนเทศเพื่อการศึกษา
-มีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานระบบสารสนเทศเพื่อการศึกษาขึ้น
-ในแผนพัฒนาเศรษฐ์กิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่8 ก็ได้มีการเห็นความสำคัยของเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษามากขึ้น
-ในแผน 9 มีการจัดทำแผนหลักเพื่อพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อจัดการศึกษา
             
               แผนพัฒนาข้างต้นทำให้เทคโนโลยีสารสนเทศมีความสำคัญของการศึกษาของประเทศไทยมากขึ้น  จะทำให้การศึกษาของชาติมีความเท่าเทียมทั่วถึง   มีคุณภาพ และมีความต่อเนื่อง  ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต  โดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างคุ้มค่า

               ยุคที่ 1 การประมวลผลข้อมูล  มีวัตถุประสงค์เพื่อการคำนวณและการประมวลผลข้อมูลของรายการประจำ  เพื่อลดค่าใช้จ่าบยด้านบุคลากร

               ยุคที 2 ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ  มีการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการตัดสินใจ  ควบคุมการดำเนินการ  ติดตามข้อมูลผลและวิเคราะห์ผลงานของผู้บริหารระดับต่างๆ

                ยุคที่ 3 การจัดการทรัพยากรสารสนเทศ    มีการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อเรียกใช้สารสนเทศที่จะช่วยในการตัดสินใจนำหน่วยงานไปสู่ความสำเร็จ

                ยุคที่ 4 ยุคปัจจุบัน  หรือยุคเทคโนโลยีสารสนเทศ      มีการใช้ระบบคอมพิวเตอร์และระบบการสื่อสารโทรคมนาคม  เป็นเครื่องมือในการจัดทำระบบสารสนเทศ  และเน้นความคิดของการให้บริการสารสนเทศแก่ผู้ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ  เป็นวัตถุประสงค์สำคัญ


                 ประโยชน์ของเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา

      1. ให้ความรู้ ทำให้เกิดความคิดและความเข้าใจ
      2. ใช้ในการวางแผนการบริหารงาน
      3. ใช้ประกอบการตัดสินใจ
      4. ใช้ในการควบคุมสถานการณ์
      5. เพื่อให้การบริหารงานมีระบบ

สรุป
      การนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ประโยชน์ในการว่างแผนการศึกษาเพิ่มมากขึ้น  เช่น  ดาวเทียมสื่อสาร  ใยแก้วนำแสง  อินเทอร์เน็ต  บริหารงานในสถานศึกษาต่างๆ  เช่น  ระบบบริหารจัดการห้องสมุด  และระบบคอมพิวเตอร์เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอน  เช่น  ระบบคอมพิวเตอร์ช่วยสอน  การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษายังช่วยให้เกิดลดการเลื่อมล้ำของโอกาศทางการศึกษาการเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาให้มีความรู้ทางด้านเทคโนโลยี  

วันพุธที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

Assignment 1

1. จงอธิบายความหมายของคำต่อไปนี้ตามความเข้าใจของนักศึกษาเอง
     
 - เทคโนโลยี(Technology)  หมายถึง.........
               ตอบ.สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเป็นอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักร  เพื่อความสะดวกสบายของมนุษย์
     
 - เทคโนโลยีสารสนเทศ(Information Technology)    หมายถึง........
               ตอบ.เป็นเทคโนโลยีสำหรับการประมวล การจัดเก็บ ผลสารสนเทศ
     
 - เทคโนโลยีการสื่อสาร(Communication Technology)   หมายถึง........
                ตอบ.เป็นเทคโนโลยีสำหรับการแพร่ส่งข้อมูลข่าวสารผ่านเทคโนโลยี เช่น คอมพิวเตอร์ 

2. จงอธิบายความคาดหวังในการเรียนวิชาสารสนเทศและการสื่อสารสำหรับครู  นักศึกษาคาดว่าจะได้เรียนรู้อะไรบ้าง  และนักศึกษาจะได้รับอะไรบ้าง

                   ผมคาดหวังว่าจะได้รับความรู้เกียวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ  การไช้วอฟแวร์ประยุกต์ต่างๆการนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ไช้กับการเรียนการสอน